Author Topic: ช่างแอร์อาคาร: แอร์มีกลิ่นอับ แก้ยังไงให้กลับมาหอมสดชื่น วิธีกำจัดกลิ่นกวนใจ  (Read 15 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline siritidaporn

  • Gold Member
  • *
  • Posts: 1225
  • Karma: +0/-0

ช่างแอร์อาคาร: แอร์มีกลิ่นอับ แก้ยังไงให้กลับมาหอมสดชื่น วิธีกำจัดกลิ่นกวนใจ

เคยเป็นไหมคะ? พอเปิดแอร์ปุ๊บ กลิ่นเหม็นอับก็โชยออกมาปั๊บ! เหมือนมีกลิ่นผ้าขี้ริ้วหรือกลิ่นอับชื้นแรงๆ ออกมาทักทายจนหมดอารมณ์จะนอนหรือพักผ่อน บอกเลยว่าอาการนี้ปล่อยไว้ไม่ได้นะคะ นอกจากจะเสียสุขภาพจิตแล้ว ยังเป็นสัญญาณบอกว่าภายในเครื่องปรับอากาศของเรากำลังกลายเป็น "แหล่งสะสมเชื้อราและแบคทีเรีย" ไปแล้วค่ะ!

วันนี้เราเลยรวมสาเหตุและวิธีจัดการ "กลิ่นอับในแอร์" แบบง่ายๆ ที่เพื่อนๆ สามารถลองทำเองได้ก่อนจะเรียกช่างใหญ่มาล้างแอร์ มาฝากกันค่ะ


🔍 1. ทำไมแอร์ถึงมีกลิ่นอับ?

กลิ่นอับไม่ได้เกิดขึ้นเพราะแอร์เสียเสมอไปค่ะ สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจาก:

ความชื้นสะสม: เมื่อเราปิดแอร์ทันทีหลังจากใช้งาน ความชื้นที่ตกค้างอยู่ในคอยล์เย็น (แผงทำความเย็น) จะยังคงอยู่ ทำให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้ดี

แผ่นกรองอากาศเต็มไปด้วยฝุ่น: แผ่นกรองที่เป็นจุดดักจับฝุ่นละออง หากไม่ล้างนานๆ จะกลายเป็นแหล่งหมักหมมของกลิ่นไม่พึงประสงค์

น้ำทิ้งในถาดรองน้ำอุดตัน: ถ้าท่อน้ำทิ้งระบายไม่สะดวก น้ำจะขังอยู่ในถาดรอง จนเกิดกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนน้ำเสียย้อนกลับขึ้นมา


🛠 2. วิธีจัดการ "กลิ่นอับ" เบื้องต้น (ทำเองได้เลย!)

ขั้นตอนที่ 1: ล้างแผ่นกรองอากาศ
อย่างแรกที่ต้องทำคือถอดแผ่นกรองอากาศออกมาล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจานอ่อนๆ ตามด้วยตากในที่ร่มให้แห้งสนิท ขั้นตอนนี้ทำได้บ่อยๆ สัปดาห์ละครั้งหรือสองสัปดาห์ครั้งค่ะ กลิ่นฝุ่นจะจางลงทันที

ขั้นตอนที่ 2: ใช้โหมด "Fan" ไล่ความชื้น
นี่คือ "เคล็ดลับเด็ด" ที่หลายคนมองข้ามค่ะ! ก่อนจะปิดแอร์ทุกครั้ง หรือหลังใช้งานแอร์เสร็จ ให้เปลี่ยนโหมดมาเป็น โหมดพัดลม (Fan) แล้วเปิดทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อเป่าให้คอยล์เย็นแห้งสนิทก่อนปิดเครื่อง วิธีนี้จะช่วยลดการสะสมของเชื้อราและกลิ่นอับได้ดีเยี่ยมในระยะยาวค่ะ

ขั้นตอนที่ 3: เช็กท่อน้ำทิ้ง
ถ้าลองล้างแผ่นกรองแล้วกลิ่นยังไม่หาย ให้ลองดูว่ามีน้ำขังที่ถาดรองน้ำทิ้งไหม ถ้าพบว่าน้ำระบายช้า ให้ลองใช้เครื่องดูดฝุ่นสำหรับดูดฝุ่นและน้ำ ค่อยๆ ดูดสิ่งอุดตันที่ปลายท่อน้ำทิ้งออก บางครั้งก็จะมีเศษฝุ่นหรือเมือกเหนียวๆ ที่อุดอยู่หลุดออกมาค่ะ


🚪 3. เมื่อไหร่ที่ต้อง "เรียกช่าง"?

ถ้าทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วกลิ่นยังรุนแรง หรือเริ่มมีน้ำหยดออกมาจากตัวเครื่องร่วมด้วย แสดงว่ากลิ่นอาจจะมาจาก "คอยล์เย็น" ที่สกปรกเกินกว่าจะทำความสะอาดเองได้ หรือเชื้อราเริ่มลามเข้าไปในพัดลมกรงกระรอกแล้วค่ะ กรณีนี้แนะนำให้เรียกช่างมืออาชีพมา "ล้างแอร์แบบเต็มระบบ" คือการถอดออกมาล้างและฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อกำจัดเชื้อราที่ฝังแน่นอยู่ข้างในให้หมดไปค่ะ


🚿 4. ป้องกันอย่างไรไม่ให้กลิ่นกลับมา?

หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรอง: อย่าปล่อยให้ฝุ่นหนาเกินไป

เปิดระบายอากาศในห้องบ้าง: อย่าปิดห้องสนิทตลอดเวลา การให้อากาศภายนอกถ่ายเทบ้างจะช่วยลดความชื้นสะสมได้

วางน้ำหอมปรับอากาศให้ถูกจุด: อย่าวางน้ำหอมปรับอากาศไว้ใกล้ช่องดูดลมของแอร์ เพราะน้ำมันหอมระเหยจะไปเกาะติดที่คอยล์เย็นและทำให้เกิดเมือกเหนียวๆ จนเกิดกลิ่นอับในที่สุดค่ะ!


💬 สรุปส่งท้าย
กลิ่นอับในแอร์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเราหมั่นดูแลรักษา การทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยตัวเองเป็นประจำ จะช่วยลดภาระของเครื่องและช่วยให้เราได้สูดอากาศที่สะอาดสดชื่นตลอดเวลาค่ะ


 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)