Author Topic: 2 แรงอัด “อินเทล” ทรุด รายได้ “Q3” หด  (Read 569 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Nick

  • Administrator
  • Platinum Member
  • *
  • Posts: 46027
  • Karma: +1000/-0
  • Gender: Male
  • NickCS
    • http://www.facebook.com/nickcomputerservices
    • http://www.twitter.com/nickcomputer
    • Computer Chiangmai


      ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ยอมรับวิกฤตตลาดพีซีโลกชะลอตัวอาจทำให้รายรับไตรมาส 3 ปีนี้หด เบื้องต้นคาดรายรับรวมบริษัทอาจลดลง 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ด้านนักวิเคราะห์ชี้ยอดจำหน่ายอินเทลทยอยลดลงต่อเนื่องตามเทรนด์ความต้องการในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่น้อยลงและสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังทรงตัว
       
       อินเทลประกาศปรับเป้าประเมินรายได้ไตรมาส 3 ปีนี้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2012 บริษัทจะสามารถทำรายได้ราว 1.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.9 แสนล้านบาท) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนลดลง 7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2011 ที่อินเทลทำได้ 1.42 หมื่นล้านเหรียญ
       
       ตัวเลขรายได้ที่อินเทลคาดว่าจะทำเงิน 1.32 หมื่นล้านเหรียญนี้เป็นการปรับลดจากการประเมินในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ครั้งนั้นอินเทลประกาศว่ารายได้ของบริษัทอาจอยู่ในช่วง 1.38-1.48 หมื่นล้านเหรียญ แน่นอนว่าการปรับลดตัวเลขครั้งล่าสุดมีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำให้มูลค่าหุ้นของอินเทลดำดิ่งลง 90 เซ็นต์ หรือประมาณ 3.6% ก่อนจะปิดที่ 24.19 เหรียญสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2012
       
       ชะตากรรมหุ้นตกนั้นไม่ได้เกิดแก่อินเทลเพียงรายเดียว แต่หลายบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตชิปคอมพิวเตอร์ล้วนได้รับผลกระทบไปตามกันในวันที่อุปกรณ์พกพาได้รับความนิยมถล่มทลายจากผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งเอเอ็มดี และเอ็นวิเดียซึ่งเป็นคู่แข่งของอินเทล นอกจากนี้ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์พีซีอย่างไมโครซอฟท์ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีอย่างเอชพี และแบรนด์อื่นๆ รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์พีซีรายอื่น ก็ล้วนได้รับผลกระทบจากยอดสั่งซื้อที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
       
       นักวิเคราะห์เชื่อว่ายอดสั่งซื้อนี้จะลดลงอย่างเต็มที่ช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ โดย Glen Yeung นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัยซิตี้กรุ๊ป เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมพีซี
       
       อุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนั้นทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้อินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์พีซี ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่หลายธุรกิจต้องรัดเข็มขัด ล้วนทำให้องค์กรใหญ่ชะลอการซื้อหาสินค้าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาใช้งานจนมียอดจำหน่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะพนักงานล้วนสามารถทำงานนอกสำนักงานได้อย่างสะดวกสบายจากอุปกรณ์เหล่านี้ โดยผลกระทบนี้เกิดขึ้นอย่างจังกับอินเทล ซึ่งคอมพิวเตอร์พีซีมากกว่า 80% ของโลกนี้ใช้ชิปของอินเทลในขณะนี้
       
       นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการพกพาที่ทำให้ยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์วางตักมียอดจำหน่ายลดลง ความสะดวกสบายในการใช้อินเทอร์เน็ตขณะเดินทางนั้นทำให้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้ตลาดพีซีที่ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัดล้วนเป็นสัญญาณล่าสุดที่แสดงการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี แต่น่าเสียดายที่การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่เป็นผลดีต่ออินเทล ซึ่งยังเป็นรองในตลาดชิปสำหรับคอมพิวเตอร์พกพา
       
       ก่อนหน้านี้ บริษัทวิจัยไอดีซีรายงานสภาพตลาดพีซีทั่วโลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าตลาดพีซีทั่วโลกเติบโตเพียง 2.3% เท่านั้นในช่วงไตรมาส 2 ของปี (เมษายน-มิถุนายน 2012) แม้แต่ภูมิภาคที่เติบโตต่อเนื่องอย่างเอเชียแปซิฟิกก็ยังมีอัตราเติบโตลดลง 1% ซึ่งนักวิเคราะห์ของไอดีซีนั้นอธิบายในทางเดียวกันว่า สาเหตุหลักของการชะลอตัวครั้งนี้คือปัญหาเศรษฐกิจในยุโรป และการเข้ามาของอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต
       
       อีกหนึ่งข้อมูลที่แสดงถึงการเติบโตของตลาดอุปกรณ์พกพา คือตัวเลขการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นสวนทางกับความต้องการในตลาดพีซีที่ลดลง เช่นในรายงานการใช้อินเทอร์เน็ตของชาวจีน การสำรวจของศูนย์สารสนเทศ China Internet Network Information Centre (CNNIC) ระบุว่าจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือในจีนนั้นเพิ่มเป็น 388 ล้านคน แซงหน้าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์พีซีที่มีจำนวน 380 ล้านคนไปแล้ว
       
       ที่น่าสนใจคือ การสำรวจพบว่าการใช้อินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพานั้นได้รับความนิยมอย่างมากในพื้นที่ห่างไกล โดยข้อมูลจาก CNNIC พบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว 60% ของพื้นที่ห่างไกลใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่ต้องกังวลกับการลากสายเชื่อมต่อใยแก้วที่ใช้เวลาในการดำเนินการนานกว่า
       
       สำหรับการตั้งความหวังให้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์รุ่นใหม่ Windows 8 เป็นยาหอมในการผลักดันยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีโลกนั้น นักวิเคราะห์กลับประเมินว่าอาจไม่มีส่วนช่วยให้ตลาดพีซีฟื้นฟูสภาพได้ในระยะสั้น เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการรอให้คุ้นเคยกับระบบปฏิบัติการใหม่มากกว่าจะตัดสินใจซื้อในทันที ทั้งหมดนี้อาจมีผลทำให้ตลาดพีซีตื่นตัวในช่วงปีหน้ามากกว่า
       
       จุดนี้อินเทลยอมรับว่าวินโดวส์เวอร์ชันใหม่มีส่วนทำให้เกิดภาวะการอั้นซื้อชิปคอมพิวเตอร์ในระยะก่อนหน้านี้ พร้อมกับที่ผู้ผลิตพีซีเริ่มชะลอการผลิตคอมพิวเตอร์วินโดวส์เวอร์ชันปัจจุบันลง อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลว่าอุปกรณ์ Windows 8 ที่มีกำหนดเปิดตัววันที่ 26 ตุลาคมนี้อาจจะไม่ใช่คอมพิวเตอร์พีซี แต่อาจเป็นอุปกรณ์พกพาเช่นซัมซุง หรือโนเกียที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 แล้ว แม้แต่ตัวไมโครซอฟท์ที่เตรียมแผนจำหน่ายแท็บเล็ตนาม Surface เช่นกัน
       
       Company Related Link :
       Intel

ที่มา: manager.co.th


 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)