Nick Computer Services

News & Public Relation => General News => Topic started by: Nick on May 13, 2015, 02:17:07 PM

Title: รถไฟแอมแทรคในสหรัฐฯตกราง ตาย 5 เจ็บ 50
Post by: Nick on May 13, 2015, 02:17:07 PM
(http://uppic.nickcs.com/upload/big/2015/05/13/5552fa3453c13.jpeg) (http://board.nickcs.com/go.php?http://uppic.nickcs.com/img-5552fa3454e33.html)

(http://uppic.nickcs.com/upload/big/2015/05/13/5552fa57e92a9.jpeg) (http://board.nickcs.com/go.php?http://uppic.nickcs.com/img-5552fa57ea187.html)

อุบัติเหตุสยอง...รถไฟโดยสารแอมแทรคในสหรัฐฯ ตกราง ส่งผลให้หัวรถจักรและโบกี้รถไฟ 7 โบกี้พังเสียหายหนัก เสียชีวิตแล้ว 5 คน บาดเจ็บครึ่งร้อย เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้รถไฟตกราง และยังไม่พบเบาะแสโดนก่อการร้าย

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.58 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ รถไฟโดยสาร ‘แอมแทรค’ ในสหรัฐฯ ประสบเหตุตกราง ทางตอนเหนือของเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อคืนวันที่ 12 พ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และบาดเจ็บถึง 50 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 6 คน ขณะที่ทางการท้องถิ่นได้ระดมส่งพนักงานดับเพลิงและทีมกู้ภัยมาช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ หลังรับทราบเหตุร้าย


นายไมเคิล นัตเตอร์ นายกเทศมนตรีเมืองฟิลาเดลเฟียกล่าวด้วยความร้อนใจว่า มีโบกี้ถึง 7 โบกี้ และหัวรถจักรรถไฟได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอุบัติเหตุรุนแรงครั้งนี้ ขณะที่ ทางบริษัทการเดินรถไฟแอมแทรคแจ้งว่า มีผู้โดยสารเดินทางมากับรถไฟขบวนนี้ประมาณ 238 คน และมีพนักงานการรถไฟทำงานอยู่ 5 คน โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่สามารถออกมาจากรถไฟได้ รวมทั้ง นายแพตทริก เมอร์ฟีย์ อดีตวุฒิสมาชิกรัฐเพนซิลเวเนีย ก็เดินทางมากับรถไฟขบวนนี้เช่นกัน และโชคดีที่เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สำหรับรถไฟโดยสารที่ประสบเหตุตกราง เป็นรถไฟสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนที่ 188 จากรัฐวอชิงตัน ไปยังนิวยอร์ก ซึ่งจุดที่ประสบเหตุ อยู่ทางตอนเหนือของเมืองฟิลาเดลเฟีย โดยเบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้รถไฟตกราง และขณะนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังลงพื้นที่เพื่อช่วยตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ ขณะเดียวกัน ยังไม่มีเบาะแสใดๆ บ่งชี้ว่า เป็นการก่อการร้าย ส่วนเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติของสหรัฐฯ จะเดินทางมาถึงเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุอุบัติเหตุในเช้าวันพุธที่ 13 พ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น)

ที่มา: thairath.co.th