สารอาหารที่ได้รับจากอาหารสายยาง ทางหลอดเลือดดำสารอาหารที่ผู้ป่วยได้รับจากการให้อาหารทางสายยาง (เข้ากระเพาะ) และทางหลอดเลือดดำ มีองค์ประกอบหลักที่ "เหมือนกัน" ในแง่ของสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แต่มี "รูปแบบทางเคมี" ที่ต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับช่องทางการรับครับ
ลองเปรียบเทียบสารอาหารทั้ง 2 แบบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นดังนี้ครับ:
1. องค์ประกอบของสารอาหารหลัก (The Essentials)
ไม่ว่าจะให้ทางไหน ร่างกายต้องได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ (บวกน้ำ) โดยแบ่งได้ดังนี้:
สารอาหาร อาหารทางสายยาง (Enteral) อาหารทางหลอดเลือดดำ (Parenteral)
โปรตีน เป็นโมเลกุลใหญ่ (เช่น อกไก่, ไข่ขาว) หรือเปปไทด์ กรดอะมิโน (Amino Acids): ร่างกายใช้ได้ทันทีไม่ต้องย่อย
คาร์โบไฮเดรต แป้ง, น้ำตาล, มอลโทเดกซ์ทริน กลูโคส/เดกซ์โทรส (Dextrose): น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวเข้มข้น
ไขมัน น้ำมันรำข้าว, น้ำมันพืช ลิพิดอีมัลชัน (Lipid Emulsion): ไขมันที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กมาก
เกลือแร่ แคลเซียม, ฟอสฟอรัส จากธรรมชาติ อิเล็กโทรไลต์แบบสารละลาย: ปรับสัดส่วนตามผลเลือดวันต่อวัน
วิตามิน วิตามินจากผัก ผลไม้ หรือวิตามินรวมเม็ดบด วิตามินรวมชนิดฉีด: ใส่รวมในถุงอาหาร
2. ความแตกต่างที่สำคัญ
กระบวนการย่อย: อาหารทางสายยางยังต้องผ่านการย่อยด้วยน้ำย่อยในกระเพาะและลำไส้ แต่อาหารทางหลอดเลือดดำ "ข้ามขั้นตอนการย่อย" และเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อนำไปใช้ได้ทันที
กากใย (Fiber): อาหารทางสายยางมีกากใย (จากผัก/ฟักทอง) ช่วยเรื่องการขับถ่าย แต่อาหารทางหลอดเลือดดำ "ไม่มีกากใย" เลย จึงอาจทำให้ลำไส้ทำงานน้อยลงและท้องผูกได้
การปรับแต่ง: อาหารทางหลอดเลือดดำสามารถปรับสูตรได้ละเอียดมาก (เช่น เพิ่มโพแทสเซียม 2 กรัมเป๊ะๆ) ตามที่ร่างกายขาดในขณะนั้น ซึ่งทำได้ยากกว่าในอาหารปั่นเอง
3. ทำไมแพทย์จึงพยายามเลี่ยง "ทางหลอดเลือดดำ" หากไม่จำเป็น?
แม้ทางหลอดเลือดดำจะดู "เข้มข้นและครบถ้วน" แต่มีข้อเสียสำคัญคือ:
ลำไส้ลีบ (Gut Atrophy): หากลำไส้ไม่ได้ทำงานนานๆ ผนังลำไส้จะบางลงและภูมิคุ้มกันในลำไส้จะลดลง
ความเสี่ยงติดเชื้อ: เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายกว่าทางจมูกหรือปาก
ผลต่อตับ: การรับสารอาหารทางเลือดนานๆ อาจทำให้เกิดภาวะน้ำดีคั่งหรือไขมันพอกตับ
💡 สรุปสำหรับผู้ดูแล
หากผู้ป่วยยังสามารถรับอาหารทางสายยาง (เข้ากระเพาะ) ได้ แพทย์จะถือว่า "เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด" เพราะปลอดภัยและเป็นธรรมชาติกว่าครับ แต่ถ้าลำไส้ทำงานไม่ได้เลย การให้ทางหลอดเลือดดำคือ "ตัวช่วยชีวิต" ที่ให้สารอาหารได้แม่นยำที่สุดครับ