ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่บริษัทที่อยู่ในโลกไอทีโดยตรง แต่ด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาลของลูกค้าก็ทำให้ UPS กิจการไปรษณีย์ของสหรัฐฯ ถูกเล่นงานจนได้ และขึ้นทำเนียบเป็นบริษัทรายล่าสุดที่ถูกแฮ็คเกอร์โจมตี เมื่อบริษัทได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า หน้าร้านกว่า 50 สาขาที่ตั้งอยู่ใน 24 รัฐฯ ทั่วประเทศได้ถูกจารกรรมข้อมูล
UPS ระบุว่า พวกเขาได้รับการแจ้งเตือนถึงเรื่องนี้จากหน่วยงานรัฐบาลแทนที่จะเป็นซอฟท์แวร์แอนตี้ไวรัสที่ใช้งานอยู่ และเมื่อได้รับการแจ้งเตือน บริษัทก็รีบทำงานร่วมกับบริษัทไอทีด้านความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบระบบโดยด่วน และจากการตรวจสอบ ก็พบว่ามีหน้าร้านทั้งหมด 51 แห่งหรือคิดเป็นเพียง 1% ของจำนวนหน้าร้านทั้งหมด 4,470 แห่งทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้
ขณะที่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ จะเป็นลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตการ์ดในสาขา 51 แห่งที่เกิดเรื่อง ในช่วงระหว่างวันที่ 20 มกราคม-11 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่า มัลแวร์ที่พบบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของหน้าร้าน UPS อาจมีการส่งข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลการชำระเงินกลับไปยังเจ้าของคำสั่ง
แต่อย่างไรก็ดี UPS สำทับว่า เวลานี้ยังไม่พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ มัลแวร์ดังกล่าวยังได้ถูกลบออกจากระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในวันที่ 11 สิงหาคมทีผ่านมาแล้ว ซึ่งหมายความว่า ลูกค้าที่มีการทำธุรกรรมกับ 51 สาขาที่ดวงซวย หลังจากวันที่ 11 จะไม่ได้รับผลกระทบ
ที่มา TechSpot
ที่มา: pantip.com