ภาพจากอินสตาแกรมที่ถูกตัดหรือ crop ทิ้งบางส่วน กำลังปรากฏบนทวิตเตอร์ เพราะวันนี้อินสตาแกรมประกาศเปลี่ยนนโยบายให้บริการบนทวิตเตอร์แล้วซีอีโอและผู้ก่อตั้งอินสตาแกรมนาม Kevin Systrom ยืนยันว่าบริษัทได้เปลี่ยนแปลงวิธีการแนบข้อมูลลงในทวิตเตอร์จริง ผู้ใช้บริการเครือข่ายสังคมรับส่งข้อความสั้นอย่างทวิตเตอร์ (Twitter) จะไม่สามารถชมภาพถ่ายเต็มเฟรมจากบริการอินสตาแกรม (Instagram) ได้บนบริการทวิตเตอร์อีกต่อไป โดยทวิตเตอร์ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา คาดปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลจากแย่งชิงตลาดแชร์ภาพถ่ายที่อินสตาแกรมต้องการขยายฐานตลาดให้ชัดเจน จนทำให้ผู้ใช้ได้รับผลกระทบเต็มๆ แถลงการณ์ของทวิตเตอร์ระบุว่า อินสตาแกรมนั้นเปลี่ยนแปลงวิธีการแนบภาพลงในบริการทวิตเตอร์ โดยยกเลิกกระบวนการซึ่งทวิตเตอร์เรียกว่า Twitter card integration รูปแบบการสรุปข้อมูลบนทวิตเตอร์ที่อินสตาแกรมเคยใช้เพื่อให้ผู้ใช้เปิดชมภาพอินสตาแกรมบนทวิตเตอร์ได้ การยกเลิก Twitter card ทำให้ผู้ใช้จำนวนหนึ่งเริ่มไม่สามารถชมภาพอินสตาแกรมแบบเต็มๆ ได้บนทวิตเตอร์ (ด้วยการกดปุ่ม View Photo) อย่างเคย ขณะที่บางรายพบว่าภาพถูกตัดทิ้งบางส่วน
ทวิตเตอร์อธิบายว่า ปัญหาการชมภาพอินสตาแกรมที่ผู้ใช้บางส่วนกำลังพบในขณะนี้เป็นเรื่องปกติของคอนเทนต์ที่ไม่ผ่านขั้นตอนการแนบการ์ด (pre-card experience) โดยเมื่อผู้ใช้คลิกที่ข้อความทวีตซึ่งมีลิงก์อินสตาแกรมปรากฏอยู่ ภาพจำนวนมากจะปรากฏในลักษณะถูกตัดหรือ crop ทิ้งไปบางส่วน
ในแถลงการณ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งอินสตาแกรมนาม Kevin Systrom ยืนยันว่าบริษัทได้เปลี่ยนแปลงวิธีการแนบข้อมูลลงในทวิตเตอร์จริง โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์ของอินสตาแกรมที่เติบโตต่อเนื่อง
ซีอีโออินสตาแกรมระบุว่า หลายเดือนที่ผ่านมาบริษัทรองรับ Twitter card เพราะยังมีการใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์น้อยอยู่ กระทั่งบริษัทได้ปรับปรุงและเปิดตัวเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงภาพและร่วมกิจกรรมได้โดยตรง ทั้งการกด Like, แสดงความเห็น (comment) และการติดป้ายเรื่อง (hashtag) ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้บริษัทเชื่อว่าจะเป็นการดีกว่าหากอินสตาแกรมจะดึงผู้ใช้กลับมายังสถานที่ที่คอนเทนต์อินสตาแกรมให้บริการแบบสดๆ
Systrom ย้ำว่า ผู้ใช้ยังคงสามารถแชร์ภาพผ่านทวิตเตอร์ได้ต่อไปเหมือนกับช่วงก่อนหน้านี้ที่อินสตาแกรมยังไม่ได้รองรับ Twitter card โดยยืนยันว่าบริษัทกำลังพยายามหาทางปรับปรุงประสบการณ์ที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์จะได้ชมภาพอินสตาแกรมอย่างสมบูรณ์ที่สุด
หลายฝ่ายเชื่อมโยงการประกาศครั้งนี้เข้ากับเฟซบุ๊ก (Facebook) ยักษ์ใหญ่เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลกที่ประกาศซื้อกิจการอินสตาแกรมไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ครั้งนั้น นักวิเคราะห์ต่างชาติล้วนแสดงความกังวลว่าบริการอินสตาแกรมจะยกเลิกการผูกบริการเข้ากับเครือข่ายสังคมค่ายอื่น แม้ซีอีโอเฟซบุ๊กจะยืนยันว่าจะยังคงความสามารถในการผูกบริการอินสตาแกรมไว้กับเครือข่ายอื่นดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
อินสตาแกรมนั้นเป็นบริการแอปพลิเคชันตกแต่งและแชร์ภาพถ่ายซึ่งทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์ไอโอเอส (iOS) ทั้งไอโฟน ไอแพด และไอพอดทัช รวมถึงอุปกรณ์แอนดรอยด์ (Android) สามารถถ่ายภาพและนำไปประกาศไว้บนเครือข่ายสังคมหลากหลายค่าย ปัจจุบันแอปพลิเคชันอินสตาแกรมมีสมาชิกผู้ใช้งานเป็นประจำมากกว่า 30 ล้านคน และมีการอัปโหลดภาพขึ้นสู่ระบบมากกว่า 5 ล้านภาพต่อวัน โดยในช่วงเวลาที่เฟซบุ๊กตัดสินใจซื้ออินสตาแกรม มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอเฟซบุ๊กประกาศว่าเฟซบุ๊กรู้ดีว่าการที่บริการอินสตาแกรมเปิดกว้างให้ผู้ใช้เครือข่ายสังคมอื่นมาใช้งานได้นั้นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคชื่นชอบอินสตาแกรม ดังนั้นบริษัทจึงตั้งใจรักษาความสามารถดั้งเดิมของอินสตาแกรมไว้ต่อไป โดยเฉพาะความสามารถในการโพสต์ภาพลงบนเครือข่ายสังคมอื่นๆ นอกเหนือจากเฟซบุ๊ก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นสวนทางกับคำกล่าวของซีอีโอเฟซบุ๊กทั้งหมด เนื่องจากหลังจากการประกาศไม่นาน อินสตาแกรมก็ลงมือสร้างเว็บไซต์เพื่อขยายบริการให้รองรับผู้ไม่ได้ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเปิดให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้ใช้จะสามารถชมภาพใหญ่จุใจบนคอมพิวเตอร์ไม่ต่างจากการชมภาพบนเฟซบุ๊ก
นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่านี่คือสัญญาณการแข่งขันในสงครามตลาดแชร์ภาพที่ดุเดือดยิ่งขึ้น โดยอินสตาแกรมต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาการไม่ได้รับประโยชน์จากทราฟฟิกทวิตเตอร์ จุดนี้ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์ Diffbot พบว่ากว่า 36% ของลิงก์ทุกชนิดที่แชร์บนทวิตเตอร์นั้นเป็นลิงก์ภาพถ่าย ซึ่งแม้สัดส่วนดังกล่าวจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่กว่า 40% ของลิงก์เหล่านี้ถูกเชื่อมกับเพจที่แสดงภาพของทวิตเตอร์เอง มีเพียง 15% เท่านั้นที่ลิงก์ไปสู่เว็บไซต์ของอินสตาแกรม
นอกจากนี้ ยังมีการนำไปเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวของทวิตเตอร์ ซึ่งมีข่าวว่าทวิตเตอร์เตรียมเพิ่มบริการตกแต่งภาพถ่ายเพื่อให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์สามารถตกแต่งภาพได้ แน่นอนว่าคุณสมบัตินี้อาจทำให้ทวิตเตอร์กลายเป็นคู่แข่งอินสตาแกรมทางอ้อม ทำให้ไม่แน่ว่าอินสตาแกรมอาจต้องการตัดไฟแต่ต้นลมก่อนจะถึงวันที่ทวิตเตอร์เป็นคู่แข่งอย่างเต็มตัว จึงต้องหาทางปรับรูปแบบความร่วมมือในที่สุด
ที่มา: manager.co.th