เดลล์ต่อยอดนโยบาย "Simply the Best" สู่ "Efficiency" หวังผลักดันให้องค์กรขยายการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบการและรูปแบบการทำงาน หลังแนวโน้มตลาดมีความต้องการทั้งเวอชวลไลเซชัน และพัฒนาไปสู่ระบบคลาวด์คอมพิวติงในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
นายเอกราช ปัญจวีณิน ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ ลูกค้าโกลบอล และกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศทไทย) จำกัด มองว่า ภาพรวมการลงทุนในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่และขนาดกลางยังมีอัตราการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจมาจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริหารหลายๆ องค์กรเริ่มให้ความสำคัญแก่การจัดการระบบให้ยืดหยุ่นในการทำงาน
"จากการเข้าไปพบกับหลายๆ องค์กร พบว่า 1 ใน 5 ของบริษัทที่มีการลงทุนทางด้านไอทีมีการพูดถึงระบบป้องกันภัยพิบัติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ การสำรองข้อมูล รวมถึงการพัฒนาระบบให้สามารถทำงานจากระยะไกลผ่านเวอชัลไลเซชันเป็นต้น"
สิ่งที่เดลล์พยายามแนะนำให้แก่ลูกค้าในแง่ของการใช้จ่ายเงินทางด้านไอทีคือจากเดิม บริษัทส่วนใหญ่เสียงบประมาณกว่า 80% ในการรักษาและเมนเทนต์ระบบเดิม ในขณะที่ 20% ที่เหลือไว้ใช้ในการลงทุนเพิ่มเติม แต่เดลล์คิดว่าสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับการเมนเทนต์และลงทุนควรจะอยู่ที่ครึ่งต่อครึ่ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบภายในบริษัทไปด้วย
โดย 3 ส่วนหลักที่เดลล์ให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพคือ Workforce ที่เน้นการจัดการเรื่องลูกข่ายภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด ซึ่งรวมถึงการที่ปัจจุบันมีดีไวส์ใหม่ๆเข้ามาในระบบจำนวนมาก หลายบริษัทจึงมองว่าควรหาวิธีจัดการให้ระบบสามารถรองรับการเพิ่มจำนวนของดีไวส์ให้มากขึ้น
ซึ่งเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบดังกล่าว เกิดขึ้นจากปัจจุบันผู้ใช้มีอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อเข้ากับระบบมากกว่า 1 ชิ้น จากการเข้ามาของทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้จำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบให้สามารถรองรับการใช้งานดังกล่าว โดย IDC ระบุว่า 1 ใน 3 ของอุปกรณ์เชื่อมต่อในปี 2013 จะะกลายเป็นอุปกรณ์พกพา
"ในโรงพยาบาลหลายแห่งได้เริ่มมีการนำแท็บเล็ต ไปทดลองใช้กับระบบภายใน เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน แต่ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มมีการใช้งานอย่างจริงจังในช่วงไตรมาส 2"
ขณะที่ส่วนของ Data Center เดลล์มองว่าในอนาคตทุกอย่างจะกลายเป็นเวอร์ชวลไลเซชัน ดังนั้นการที่อุปกรณ์ต่างๆสามารถรองรับการเชื่อมต่อผ่านเน็ตเวิร์กหลากหลายรูปแบบจึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการพัฒนาระบบ
"เดลล์มีซอฟต์แวร์ AIM (Advanced Infrastructure Manager) ที่สามารถผสานระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นยี่ห้อเดียวกัน จึงทำให้องค์กรสามารถนำอุปกรณ์เดิมไม่ว่าจะเป็น สตอเรจ หรือเซิฟร์เวอร์มาใช้งานร่วมกับโซลูชันใหม่ของเดลล์ทำให้ช่วยลดงบในเรื่องของการลงทุนระบบใหม่ทั้งหมด"
สุดท้ายคือส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบคลาวด์คอมพิวติง ที่ปัจจุบันในไทยเริ่มมีหลายองค์กรนำไปใช้ควบคู่ไปกับระบบเวอชวลไลเซชัน โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคาร โทรคมนาคม เฮลท์แคร์ ซึ่งรวมๆแล้วมีอยู่ราว 5-7%
"การลงทุนระบบคลาวด์ในประเทศไทยน่าจะเริ่มในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากหลายบริษัทเพิ่งเริ่มเห็นถึงประสิทธิภาพที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในงานองค์กรได้ ทั้งระบบคลาวด์แบบปิด และแบบสาธารณะ"
สำหรับภาพรวมในส่วนของตลาดคอมเมอร์เชียลในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาเดลล์มีส่วนแบ่งเป็นอับดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 27% มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ของปีก่อนหน้าถึง 36% โดยปัจจัยหลักที่ทำให้เดลล์เติบโตขึ้นมาในตลาดคอมเมอร์เชียล เกิดจากการเข้าควบรวมบริษัทเพื่อมาเสริมสร้างและพัฒนาโซลูชันของเดลล์
"ปัจจุบันเดลล์เป็นบริษัทเดียวที่มีทั้ง ดีไวซ์ ซอฟต์แวร์ รวมไปถึงระบบโซลูชันการจัดการต่างๆ และยังมีแผนจะเข้าซื้อกิจการเพื่อพัฒนาให้เดลล์กลายเป็นผู้นำในตลาดอย่างเต็มตัว"
Company Relate Link :
Dell
ที่มา: manager.co.th